หน้าแรก - เรื่องราวความสำเร็จ - ที่อยู่อาศัย

ไมโครกริดพลังงานแสงอาทิตย์และระบบเก็บพลังงานแบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ สำหรับชุมชนที่อยู่อาศัยในชนบทของอินเดีย

พื้นที่อยู่อาศัยชนบทแห่งหนึ่งในภาคกลางของอินเดียไม่มีการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะเลย ชาวบ้านจึงพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาดเล็กและแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังไฟฟ้าต่ำในการผลิตไฟฟ้ามาโดยตลอด ซึ่งสามารถรองรับความต้องการพื้นฐาน เช่น การให้แสงสว่างเท่านั้น และไม่สามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ตู้เย็นและปั๊มน้ำได้ ปัญหาการจ่ายไฟที่ไม่เสถียรส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกอย่างมากต่อชีวิตประจำวันของประชาชน และกระทบต่อการเรียนออนไลน์ของเด็กนักเรียนด้วย รัฐบาลท้องถิ่นและประชาชนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการหาทางแก้ไขปัญหาการจ่ายไฟฟ้าแบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าหลักที่มีราคาไม่แพง มีความเสถียร และใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
สถานที่/เวลา: ภาคกลางของอินเดีย, กันยายน 2567
การจัดวางระบบ: PCS: 80 กิโลวัตต์, BAT: 240 กิโลวัตต์-ชั่วโมง, PV: 70 กิโลวัตต์, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลสำรอง: 50 กิโลวัตต์
โหลด: การให้แสงสว่างภายในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือน (ตู้เย็น หม้อหุงข้าว), ปั๊มน้ำ, การชาร์จโทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์การเรียนออนไลน์ของเด็กนักเรียน, ระบบไฟฟ้าสาธารณะของชุมชน
สภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน: พื้นที่ชนบท อุณหภูมิสูง ความชื้นสูง แสงแดดเพียงพอ และมีฝนตกหนักเป็นครั้งคราว
โหมดการดำเนินงาน: การทำงานแบบไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าหลัก (Off-grid) โดยให้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นลำดับแรก พร้อมระบบเก็บพลังงานเพื่อให้กระแสไฟฟ้ามีความเสถียรและจ่ายไฟฟ้าได้ทุกวัน เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ (เช่น ในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน) เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลจะสตาร์ตโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าขั้นพื้นฐานของประชาชนจะได้รับการตอบสนอง
ระบบออกแบบอย่างเรียบง่ายและทนทาน ติดตั้งและบำรุงรักษาง่าย ตรงตามความต้องการจริงของพื้นที่ชนบท ตัวเครื่องมีฝาครอบกันน้ำและกันความชื้น เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง และป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์จากฝนตกหนัก ระบบจ่ายไฟฟ้าออกแบบอย่างเหมาะสม เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้แต่ละครัวเรือนแยกจากกันอย่างอิสระ ทำให้มั่นใจได้ว่าประชาชนจะได้รับไฟฟ้าอย่างเท่าเทียมและมีเสถียรภาพ
โซลูชันนี้ได้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานในพื้นที่ที่อยู่อาศัยชนบทอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนสามารถใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนได้ตามปกติ และเด็กๆ สามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างราบรื่น ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าต่อครัวเรือนต่อปีลดลง 65% และการใช้พลังงานสะอาดยังช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของพื้นที่ชนบทอีกด้วย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้วางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการฟื้นฟูชนบทและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคนั้น